5G
เราเชื่อว่าหลายคนมีคำถามว่า
ทุกวันนี้เราได้ใช้ 4G เพียงพอแล้วหรือยัง
ความเร็วที่ได้ใช้ทันใจไหม แล้ว Wi-fi ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้หรือเปล่า
แม้ว่าการใช้ 4G ในบ้านเราจะดูเห็นประสิทธิผลได้น้อยกว่าระบบเครือข่ายอินเทอร์เนตชนิดอื่น
แต่ชั่วโมงนี้คุณอาจต้องเก็บข้อสงสัยนี้ไว้ก่อน เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 5G กำลังจะเกิดขึ่นจริงแล้วเร็วๆ นี้
เพื่อรองรับอนาคตในยุค IoT
(Internet of Things) อุปกรณ์ต่างๆ นับชิ้นไม่ถ้วนสามารถทำงานเชื่อมโยงผ่านการสื่อสารไร้สาย
ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์พกพาประจำตัวของแต่ละคน ยานพาหนะตั้งแต่รถยนต์จนถึงรถจักรยาน
หรือแม้แต่ระบบตรวจวัดต่างๆ เช่น อุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพประจำตัว ระบบสัญญาณไฟจราจร
เราจึงจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
และขณะนี้อุตสาหกรรมการสื่อสารกำลังมุ่งมั่นพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค 5G อย่างเต็มตัว
หลังจาก
3GPP เป็นหน่วยงานตามข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนารายละเอียดด้านมาตรฐานทางเทคนิค
ได้มีการลงนามข้อตกลงครั้งแรกสำหรับเครือข่าย 5G ในที่ประชุม Lisbon
ที่โปรตุเกส
โดยมีมาตรฐานตามที่ตกลงกันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสิ่งที่เครือข่าย 5G จะต้องผ่านกระบวนการสำหรับเปิดการใช้งานเชิงพาณิชย์
พร้อมครอบคลุมคลื่นความถี่กว้างตั้งแต่ 600 และ 700 MHz
ไปจนถึงคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตรที่ 50 GHz อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะได้ใช้จริงในปี
2019
5G คือความเร็วที่ระดับ 1กิกะบิตต่อวินาที (1Gbps)
และมีความเสถียรอย่างมาก
เพื่อให้สามารถใช้งานใน IoTs ได้ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ
ที่มีความเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ความแม่นยำ และการไปถึงจุดหมายปลายทาง
รวมถึงการใช้งาน IoTs อื่นๆ ในอนาคตที่ต้องการการทำงานแบบอัตโนมัติ
แต่การใช้งานโดยรวมแล้ว ยังไงก็ต้องผสานรวมกับ 4G เพื่อช่วยให้การเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพสูงสุด
ถือว่า 5G จะมาเปลี่ยนรูปแบบของอุตสาหกรรมจากเดิม ในปี 2012 มีการใช้งาน IoTs
ทั่วโลก 142
ล้านการเชื่อมต่อ แต่ในปี 2020
จะมีเพิ่มเป็น 975
ล้านการเชื่อมต่อ
ที่สำคัญการเชื่อมต่อจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
ขณะที่การใช้งานข้อมูลผ่านโมบายทั่วโลกเมื่อปี 2014 อยู่ที่ 2.6EB
ต่อเดือน (EB คือ Exabyte = ประมาณพันล้านกิกะไบต์) และจะเพิ่มเป็น
15.9EB ต่อเดือนในปี 2018


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น